กิจกรรมห้องเรียนพิเศษ – พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา ๕๐ พรรษา สยามบรมราชกุมารี

กิจกรรมห้องเรียนพิเศษ เป็นกิจกรรมทางวิชาการเสริมการเรียนรู้เนื้อหาหลักสูตรปกติในห้องเรียน โดยกิจกรรมนี้มีเป้าหมายให้นักเรียนได้เรียนรู้เนื้อหาทางวิชาการด้านชีววิทยา ธรรมชาติวิทยา และด้านอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ผ่านทางกิจกรรมที่นักเรียนจะได้ลงมือทำ นักเรียนจะได้ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการแก้ไขปัญหา และมีการฝึกการคิดวิเคราะห์ ที่สำคัญ กิจกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมที่สนุก ซึ่งจะทำให้นักเรียนได้เรียนรู้อย่างมีความสุข เป็นการส่งเสริมให้นักเรียนมีทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ กิจกรรมห้องเรียนพิเศษมีลักษณะเป็นฐานการเรียนรู้ย่อยๆ นักเรียนจะได้มีการหมุนเวียนไปเรียนรู้ในฐานต่างๆ ซึ่งฐานกิจกรรมแต่ละฐานก็จะมีเนื้อหาที่เหมาะสมกับช่วงอายุของนักเรียนที่ต่างกัน โดยมีรายละเอียดดังนี้

ตารางแสดงช่วงชั้นที่เหมาะสมในการทำกิจกรรม

A       ป.1 – ม.6
B       ป.1 – ป.6
C       ป.1 – ป.3
D       ป.4 – ป.6
E       ม.1 – ม.6
F       ม.1 – ม.3
G       ม.4 – ม.6
กิจกรรม A01 ห่วงโซ่อาหาร
ช่วงชั้นที่เหมาะสมป.1–ม.6
จำนวนนักเรียนที่เหมาะสม30 คน
เวลาที่ใช้30 นาที
ห่วงโซ่อาหาร คือ กระบวนการถ่ายทอดพลังงานผ่านการกินของสิ่งมีชีวิต ในระบบนิเวศ โดยประกอบด้วยสายใยอาหารหลายๆสาย ซ้อนทับและเชื่อมโยงกันไปมา ในระบบนิเวศหนึ่งๆจะประกอบด้วยผู้ผลิต และผู้บริโภคลำดับชั้นต่างๆ ซึ่งหากขาดตัวใดตัวหนึ่งไปก็จะทำให้ระบบมีการเปลี่ยนแปลง เกิดการเสียสมดุล

วิธีการ

  1. อธิบายและยกตัวอย่างเกี่ยวกับระบบนิเวศ และห่วงโซ่อาหาร
  2. ให้นักศึกษาสำรวจสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ
  3. ให้นักศึกษาสร้างห่วงโซ่อาหาร จากสิ่งมีชีวิตที่สำรวจพบ
  4. อธิบายสรุปความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศในเชิงการถ่ายทอดพลังงาน
กิจกรรม B01 การวาดภาพสัตว์
ช่วงชั้นที่เหมาะสม ป.1 – ป.6
จำนวนนักเรียนที่เหมาะสม 30 คน
เวลาที่ใช้ 30 นาที
การวาดภาพเป็นการบันทึกข้อมูลวิธีหนึ่ง ในการวาดภาพสัตว์นั้นจำเป็นจะต้องมีการสังเกต เข้าใจธรรมชาติ และลักษณะที่สำคัญของสัตว์แต่ละชนิด นอกจากนี้กระบวนการพื้นฐานในการวาดภาพที่ถูกต้องยังทำให้ภาพที่วาดนั้นมีความสวยงาม ซึ่งภาพเหล่านั้นจะเป็นประโยชน์ในการสร้างแรงกระตุ้น และแรงบันดาลใจในการเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ เป็นการบูรณาการเอาศิลปะมาใช้ส่งเสริมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
วิธีการ
  1. อธิบายหลักการเบื้องต้นเกี่ยวกับการวาดภาพ
  2. สาธิตวิธีการวาดภาพสัตว์ชนิดต่างๆ
  3. ให้นักเรียนลงมือปฏิบัติ
  4. แนะนำเทคนิคและวิธีการเพิ่มเติมในการพัฒนาฝีมือ
กิจกรรม B02 ลูกไม้หล่นไกลต้น
ช่วงชั้นที่เหมาะสม ป.1 – ป.6
จำนวนนักเรียนที่เหมาะสม 30 คน
เวลาที่ใช้ 30 นาที
พืชมีกลวิธีในการกระจายเมล็ดพันธุ์หลากหลายวิธี มีพืชหลายชนิดที่มีวิวัฒนาการจนผล หรือเมล็ด มีส่วนคล้ายปีก ทำให้เมล็ดหรือผลนั้นถูกลมพัดพาไปได้ไกล เช่น ยาง ตะเคียน และประดู่ ลักษณะดังกล่าวเป็นผลทางวิวัฒนาการเพื่อความอยู่รอด
วิธีการ
  1. ให้นักเรียนศึกษาตัวอย่างเมล็ดและผลที่มีส่วนคล้ายปีก ซึ่งช่วยให้กระจายพันธุ์ไปได้ไกล
  2. ตั้งคำถามเกี่ยวกับประโยชน์ของส่วนคล้ายปีก
  3. ออกแบบและสร้างแบบจำลองผลของพืชสกุลยาง ซึ่งมีปีก 2 ปีกจากกระดาษ
  4. อธิบายหลักการทางฟิสิกส์ เกี่ยวกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น
กิจกรรม E01 ผู้ผลิตออกซิเจน
ช่วงชั้นที่เหมาะสม ม.1 – ม.6
จำนวนนักเรียนที่เหมาะสม 30 คน
เวลาที่ใช้ 45 – 60 นาที
หมายเหตุ กิจกรรมภาคสนาม
ในกระบวนการสร้างอาหารของพืช พืชจะใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นสารตั้งต้น และในที่สุดก็จะได้ก๊าซออกซิเจนเป็นผลิตภัณฑ์ ดังนั้นพืชจึงถือเป็นผู้ผลิตออกซิเจน ในแต่ละวันคนเราต้องใช้ออกซิเจนในการหายใจประมาณ 850 กรัม ซึ่งผลิตได้จากต้นไม่ที่มีเส้นรอบวง 850 เซนติเมตร ดังนั้น นักเรียนจะได้เรียนรู้วิธีการคำนวณโดยประมาณ ว่าพื้นที่ป่าแต่ละแห่งที่มีต้นไม้ขึ้นอยู่เป็นจำนวนมากในพื้นที่ สามารถผลิตออกซิเจนให้คนได้กี่คน
วิธีการ
  1. สร้างพื้นที่สำรวจขนาด 5×5 ตารางเมตร
  2. วัดขนาดเส้นรอบวงของต้นไม้ในพื้นที่
  3. คำนวณหาปริมาณออกซิเจนที่ต้นไม้ในพื้นที่ผลิตได้ โดยใช้ค่าประมาณของเส้นรอบวง 850 เซนติเมตร สามารถผลิตออกซิเจนให้คนได้ 1 คน
  4. คำนวณหาปริมาณออกซิเจนที่ป่าสามารถผลิตได้ จากข้อมูลพื้นที่ป่า ตัวอย่างเช่น ป่าเขาคอหงส์มีพื้นที่ป่าประมาณ 12,000,000 ตารางเมตร
  5. อธิบายความสำคัญของป่าในฐานะผู้ผลิตออกซิเจน และส่งเสริมการปลูกต้นไม้ภายในพื้นที่ใกล้ตัว เช่น บ้าน และโรงเรียน
กิจกรรม E02 ธนาคารน้ำ
ช่วงชั้นที่เหมาะสม ม.1–ม. 6
จำนวนนักเรียนที่เหมาะสม 30 คน
เวลาที่ใช้ 45-60 นาที
หมายเหตุ กิจกรรมภาคสนาม
หน้าที่ที่สำคัญอีกประการของป่า คือเป็นแหล่งต้นน้ำ โดยป่าจะกักเก็บน้ำฝนไว้ใต้ดิน แล้วค่อยๆปลดปล่อยน้ำออกมาทีละน้อย ช่วยให้น้ำที่มากเกินไปไม่ไหลท่วมบ้านเมือง ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้มีน้ำใช้ในช่วงหน้าแล้งที่มีฝนน้อย คล้ายกับธนาคารที่คอยรักษาเงินไว้ในยามมีเงิน และสามารถถอนออกมาใช้เวลาขาดแคลน กิจกรรมนี้จะให้นักเรียนคำนวณหาปริมาณน้ำที่ป่าผลิตออกมาในรูปแบบลำธาร
วิธีการ
  1. สำรวจลักษณะทั่วไปของลำธาร รวมถึงระบบนิเวศในลำธาร
  2. ให้นักเรียนคิดหาวิธีวัดปริมาณน้ำที่ไหลในลำธาร
  3. หากนักเรียนมีปัญหา ให้พยายามแนะนำวิธีการ โดยใช้วิธีการทางคณิตศาสตร์พื้นฐาน ดังนี้
    • หาพื้นที่หน้าตัดของลำธาร
    • วัดความเร็วน้ำไหล โดยอาจใช้ใบไม้ลอยน้ำ แล้วจับเวลาหาความเร็ว
    • คำนวณเป็นอัตราน้ำที่ไหลผ่านจุดจุดหนึ่งในเวลาที่กำหนด
    • คำนวณออกมาเป็นอัตราน้ำที่ไหลลงสู่ปลายน้ำในระยะเวลา 1 วัน
  4. สรุปให้เห็นความสำคัญของป่าในฐานะแหล่งต้นน้ำ เชื่อมโยงไปยังค่าน้ำซึ่งเป็นตัวเลขที่เห็นได้ชัดเจน
กิจกรรม E03 พฤติกรรมความเคยชิน
ช่วงชั้นที่เหมาะสม ม.1–ม. 6
จำนวนนักเรียนที่เหมาะสม 30 คน
เวลาที่ใช้ 30 นาที
สัตว์มีพฤติกรรมเพื่อตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน สิ่งเร้าที่ต่างกันส่งผลต่อการตอบสนองของสัตว์ ความเคยชิน (Habituation) เป็นหนึ่งในพฤติกรรมพื้นฐานของสัตว์ ซึ่งพบได้ตั้งแต่ในสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ไปจนถึงสัตว์มีกระดูกสันหลัง พฤติกรรมประเภทนี่มีลักษณะเป็นการตอบสนองที่ลดลงต่อสิ่งเร้าเดิมๆ เพื่อประโยชน์ในการลดการใช้พลังงาน
วิธีการ
  1. กิจกรรมนี้ใช้หอยทากเป็นสัตว์ทดลอง จึงต้องอธิบายเรื่องหลักจรรยาบรรณในการใช้สัตว์ทดลองก่อน
  2. แบ่งกลุ่มให้นักเรียนศึกษาลักษณะทั่วไปของหอยทาก
  3. ปล่อยหอยทากให้ตื่นตัวเป็นปกติ เคาะเปลือกหอยทากเบาๆ หอยทากจะหดตัวเข้าไปในเปลือก
  4. จับเวลาที่หอยทากจะออกมาจากเปลือกและตื่นตัวเป็นปกติอีกครั้ง
  5. ทำการเคาะซ้ำ และจับเวลาซ้ำ
  6. สร้างกราฟแสดงเวลาที่หอยทากใช้ในการออกมาจากเปลือกและตื่นตัวปกติเหมือนเดิม
  7. ทดลองหาสิ่งเร้าอื่นๆ นอกจากการเคาะเปลือก
  8. อธิบายสรุปประโยชน์ของพฤติกรรมความเคยชิน
กิจกรรม E04 การเลียนแบบ
ช่วงชั้นที่เหมาะสม ม.1–ม. 6
จำนวนนักเรียนที่เหมาะสม 5 คน (สามารถทำพร้อมกันได้หลายกลุ่ม)
เวลาที่ใช้ 30 นาที
สัตว์บางชนิดมีวิวัฒนาการให้ตัวเองมีรูปพรรณสัณฐานคล้ายกับสัตว์ชนิดอื่นเพื่อป้องกันตัวจากผู้ล่า หรือเพื่อหาอาหาร ลักษณะดังกล่าวเรียกว่า การเลียนแบบ สัตว์ที่เลียนแบบสัตว์มีพิษจะได้รับประโยชน์ในการเลี่ยงศัตรูโดยที่ไม่ต้องลงทุนสร้างพิษเอง
วิธีการ
  1. กิจกรรมนี้ใช้เหรียญ 1 บาท 50 เหรียญ เหรียญ 2 บาท สีเงิน 50 เหรียญ และเหรียญ 2 บาท สีทอง 50 เหรียญ
  2. นำเหรียญทั้งหมดใส่รวมกันในภาชนะ
  3. ออกคำสั่งให้นักเรียนแต่ละคนหยิบเหรียญออกจากภาชนะ ทีละคน ครั้งละ 1 เหรียญ โดยมีข้อแม้ว่าห้ามหยิบเหรียญ 1 บาท โดยสมมุติว่าเหรียญ 1 บาท มีพิษ
  4. จับเวลา 30 วินาที แล้วนำเหรียญทั้งหมดที่หยิบออกมามานับ ดูว่าระหว่างเหรียญ 2 บาท สีเงิน กับสีทอง เหรียญชนิดใดถูกหยิบออกมามากกว่ากัน (โดยหลักการแล้ว เหรียญสีทองจะถูกหยิบออกมามากกว่า)
  5. สรุปและอธิบายเกี่ยวกับการเลียนแบบ
  6. ให้นักศึกษาเปรียบเทียบตัวอย่างสัตว์ที่มีการเลียนแบบ เปรียบเทียบกับสัตว์ที่ถูกเลียนแบบ เช่น แมลงวันดอกไม้ กับผึ้ง
กิจกรรม G01 การจัดจำแนกสิ่งมีชีวิต
ช่วงชั้นที่เหมาะสม ม. 4 –ม. 6
จำนวนนักเรียนที่เหมาะสม 30 คน
เวลาที่ใช้ 30 นาที
กิจกรรมนี้ฝึกให้นักเรียนสามารถจัดจำแนกสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะแต่งต่างกัน อย่างมีระบบ ซึ่ง Dichotomous Key เป็นวิธีการสากลที่เป็นที่ยอมรับ นอกจากจะสามารถใช้จัดจำแนกสิ่งมีชีวิตได้แล้ว Dichotomous Key ยังจะช่วยให้ผู้ศึกษาเข้าใจเรื่องราวของวิวัฒนาการได้ดีขึ้นอีกด้วย
วิธีการ
  1. อธิบายหลักการเบื้องต้นของ Dichotomous Key
  2. ฝึกให้นักเรียนสร้างDichotomous Keyจากตัวอย่างที่สร้างไว้แล้ว
  3. ให้นักเรียนศึกษา และฝึกการสร้าง Dichotomous Key จากตัวอย่างสิ่งมีชีวิตจริงที่ให้มาใหม่
  4. อธิบายสรุปประโยชน์และความสำคัญของ Dichotomous Key ต่อการศึกษาอนุกรมวิธาน และวิวัฒนาการ
กิจกรรม G02 การคัดสรรตามธรรมชาติและการเกิดชนิดใหม่
ช่วงชั้นที่เหมาะสม ม. 4–ม. 6
จำนวนนักเรียนที่เหมาะสม 30 คน
เวลาที่ใช้ 30 นาที
การคัดสรรตามธรรมชาติ เป็นกระบวนการสำคัญที่ทำให้เกิดวิวัฒนาการในสิ่งมีชีวิต ในกระบวนการดังกล่าว ลักษณะที่ช่วยให้สิ่งมีชีวิตอยู่รอดจะถูกส่งต่อไปยังรุ่นต่อไป ในขณะที่ลักษณะที่เป็นโทษก็จัดถูกกำจัด ดังนั้นสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันที่ถูกแยกให้อยู่ในถิ่นอาศัยที่ต่างกัน ก็อาจมีลักษณะแตกต่างกันออกไปเรื่อยๆ เมื่อกระบวนการคัดสรรเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก ก็จะทำให้สิ่งมีชีวิตกลุ่มนั้น มีโอกาสที่จะวิวัฒน์ไปเป็นสิ่งมีชีวิตที่ต่างออกไป
วิธีการ
  1. ให้นักเรียนจับคู่กัน
  2. ในแต่ละคู่ ให้นักเรียนเลือกลักษณะของนก จากรายการที่กำหนดให้ และสร้างนกในจินตนาการที่นักเรียนคิดว่าสามารถอยู่รอดในธรรมชาติได้ดีที่สุด ตัวอย่างเช่น ขาสั้นหรือขายาว ปีกกว้าง หรือปีกแคบ
  3. แยกคู่ของนักเรียน เพื่อจำลองการแยกกันของประชากร ไปสู่สภาพแวดล้อมที่ต่างกัน
  4. เมื่อได้กลุ่มประชากรที่แยกออกจากกัน ทำการจับฉลากสภาพแวดล้อม ซึ่งส่งผลต่อการอยู่รอดของประชากรนก
  5. ดังนั้น นกชนิดเดียวกัน ที่ถูกแยกออกจากกันเพื่อไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน ก็จะมีความสามารถในการอยู่รอดต่างกัน
  6. อธิบายสรุปใจความสำคัญของการคัดสรรตามธรรมชาติและชีวภูมิศาสตร์ ต่อวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต
กิจกรรม G03 ยีนส์กระโดด
ช่วงชั้นที่เหมาะสม ม. 4–ม. 6
จำนวนนักเรียนที่เหมาะสม 30 คน
เวลาที่ใช้ 30 – 60 นาที
ยีนส์ คือชิ้นส่วนของดีเอ็นเอ ที่ปกติแล้วมีหน้าที่ควบคุมการแสดงออกทางพันธุกรรม ในอดีตเชื่อกันว่ายีนส์แต่ละยีนส์มีตำแหน่งที่แน่นอนบนโครโมโซม แต่ในปัจจุบันทราบกันแล้วว่ามียีนส์ชนิดหนึ่งที่สามารถเคลื่อนที่ไปมาบน DNA ได้ เรียกว่า ยีนส์กระโดด หรือ Jumping Genesและการเคลื่อนที่ของยีนส์เหล่านี้เอง ที่ทำให้เกิดความผันแปรทางพันธุกรรม หรือการกลายพันธุ์ ซึ่งในบางครั้งทำให้เกิดโรคได้ การเรียนรู้เรื่องยีนส์ชนิดนี้ช่วยให้นักเรียนเข้าใจบทบาทหน้าที่ของยีนส์ได้ดีขึ้น
วิธีการ
  1. แบ่งนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม
  2. ให้นักเรียนตอบคำถามเกี่ยวกับพันธุศาสตร์ เพื่อสะสมเหรียญที่จะใช้ในกิจกรรมต่อไป
  3. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม แข่งกันโยนเหรียญ ซึ่งเป็นตัวแทนของยีนส์กระโดด ลงบนแบบภาพจีโนมของมนุษย์ ซึ่งมีตำแหน่งยีนส์ต่างๆ
  4. หากเหรียญตกลงบนยีนส์ใด หมายความว่ายีนส์ชนิดนั้นถูกทำลาย
  5. สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับโรคที่จะเกิดขึ้น หลังจากยีนส์ถูกทำลาย
  6. เล่นเกมส์ใบ้คำเพื่อทายอาการของโรคที่เกิดขึ้น
  7. สรุปความหมายและความสำคัญของการศึกษายีนส์กระโดด และเชื่อมโยงไปสู่กระบวนการวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตจากการกลายพันธุ์

About